มาทำความรู้จักไม้มะค่า

ไม้มะค่าเป็นไม้เนื้อแข็งมีสีออกเหลืองส้ม หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าไม้มะค่านั้นมีที่มาที่ไปยังไง ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่าอะไร เพราะเวลาหาข้อมูลใน Internet นั้นถ้าเราหาคำว่า Makha Wood คงจะไม่พบข้อมูลแน่นอนเพราะไม้มะค่าความจริงแล้วชื่อทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เรียกแบบนี้ ในบทความนี้ก็จะมีข้อมูลน่าสนใจที่กล่าวถึงประโยชน์ของไม้มะค่า ว่าสามารถเอาไปทำอะไรได้บ้าง

ชื่อไม้มะค่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Afzelia xylocarpa
ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE- CAESAL PINIOIDEAE
ชื่ออื่น ๆ  : ขง เบง (เขมร-สุรินทร์), บิง (ชอง-จันทบุรี), ปิ้น (ชาวบน-นครราชสีมา), มะค่าโมง มะค่าใหญ่ (ภาคกลาง), มะค่าหลวง มะค่าหัวคำ (ภาคเหนือ)

ลักษณะทั่วไปของต้นไม้มะค่า

ต้นไม้มะค่านั้น เป็นต้นไม้ต้นขนาดใหญ่ โดยมีความสูงประมาณ 30 เมตรซึ่งไม่สูงมากนัก เปลือกของไม้มะค่านั้นจะมีสีน้ำตาลอ่อนหรือออกชมพูอมน้ำตาล ก้านใบจะมีขนาดสั้นเรียงติดกัน ใบมีลักษณะคล้ายรูปไข่ ความยาวของใบไม้มะค่าก็จะอยู่ที่ประมาณ 4-9 เซนติเมตร และต้นไม้มะค่านั้นมีดอกด้วยนะครับ โดยช่อของดอกจะยาว 5-15 เซนติเมตร และกลีบมี 4 กลีบ

ลิขสิทธิ์ข้อมูลของเวป

การกระจายพันธุ์ของต้นไม้มะค่า

ไม้มะค่านั้นขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด และสามารถขึ้นได้ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบที่ใกล้แหล่งน้ำ สามารถปลูกได้ทุกภาคและไม่นิยมปลูกในภาคใต้เนื่องจากต้องปลูกในที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-600 เมตร มีระยะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม

ประโยชน์ของไม้มะค่า

ไม้ปาร์เก้

อย่างที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ไม้มะค่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งเหนียว ทนทาน สีออกเหลืองส้ม ดังนั้นมันจึงเหมาะกับการนำมาทำเป็นไม้แปรรูปต่าง ๆ ได้ดีไม่ว่าจะเป็นปาร์เก้มะค่า บันได ซึ่งแน่นอนในการนำไม้มาทำบันไดนั้นจะต้องเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อแรงต่าง ๆ ได้ดี อีกทั้งสามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ และทำโต๊ะไม้แผ่นใหญ่ได้อีกด้วย ถ้าท่านได้ลองเดินผ่านร้านขายไม้แปรรูปลองสังเกตดูหน้าร้านจะเห็นว่ามีวางขายปาร์เก้มะค่าอยู่หน้าร้าน เพราะไม้มะค่านั้นทุกคนจะรู้คุณภาพของไม้มะค่าอยู่แล้ว เรียกว่าถ้ามีงบประมาณเพียงพอคงจะเลือกอะไรไม่ได้นอกจากไม้มะค่า